วันเสาร์ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2560

บันทึกการเรียนรู้ครั้งที่ 8

บันทึกการเรียนรู้ครั้งที่ 8

วันอังคารที่ 21 กุมภาพันธ์ 2560 

                                           การทำสื่อสำหรับเด็กปฐมวัย



สื่่อชิ้นที่ 1 ใช้มือปั่นไม้ แล้วภาพจะสะท้อนออกมาจากสองรูปสองข้างให้เห็นในรูปเดียวกัน
อุปกรณ์ 
     1. ตะเกียบ
     2. กระดาษร้อยปอนด์
     3. กาว
     4. กรรไกร
     5. อุปกรณ์ที่ใช้ในการวาดภาพ
     6. สีไม้  
ขั้นตอนการทำสื่อ
     1. ตัดกระดาษร้อยปอนด์ให้มีขนาดสี่เหลี่ยมผืนผ้าเท่ากัน 2 ชิ้น
     2. เลือกสิ่งที่เราอยากจะให้เด็กได้เรียนรู้และวาดลงไป โดยรูปทั้งสองด้าน 
     3. เมื่อวาดเสร็จแล้วให้ระบายสีให้สวยงาน
     4. นำแผ่นที่วาดทั้งสองแผ่นมาประกบกัน 


    สื่อชิ้นที่ 2  แม่ไก่

อุปกรณ์     
     1. กระดาษร้อยปอนด์
     2. กาว
     3. กรรไกร 
     4. อุปกรณ์ที่ใช้ในการวาดภาพ 
     5. สีไม้   
ขั้นตอนการทำสื่อ
     1. นำกระดาษร้อยปอนด์มาพับครึ่ง จากนั้นวาดรูปไก่และระบายสีลงไป
     2. ใช้คัดเตอร์กีดตรงตูดไก่ประมาณ 2 เซนติเมตร
     3. พลิกด้านหลังแล้วตัดกระดาษแนวเฉียงตามรูป เมื่อตัดเสร็จให้สอดตรงที่ตัดเข้าตรงตูกไก่ที่กีดไว้ 
     4. จากนั้นกระดาษที่โผล่มาให้วาดอะไรก็ได้ที่อยากให้เด็กรู้ 

                                       
                                               สื่อชิ้นที่ 3 สมุดคำศัพท์


อุปกรณ์
     1. กระดาษร้อยปอนด์
     2. สีไม้
     3. กาว
     4. อุปกรณ์ที่ใช้ในการวาดภาพ
     5. กรรไก
ขั้นตอนการทำ 
     1. นำกระดษร้อยปอนด์มาวาดกรอบสี่เหลี่ยม(ตามรูป)แล้วตัด จากนั้นทากาวต่อกัน
     2. เมื่อทากาวเสร็จให้พับกระดาษตามรูป
     3. วาดรูประบายสีและเขียนคำศัพท์ลงไปด้านในที่พับ ตามที่สิ่งอยากให้เด็กเรียนรู้ 


ภาพบรรยากาศในห้องเรียน





การประเมินผล
 ตนเอง : ตั้งใจทำสื่อ 
 เพื่อน : ตั้งใจทำ และสนุกสนานกับการทำสื่อ
อาจารย์ : สอนเข้าใจได้ง่าย  แนะนำวิธีการทำได้ดีมากค่ะ

บันทึกการเรียนรู้ครั้งที่ 7

บันทึกการเรียนรู้ครั้งที่ 7

วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2560 เวลา 12.30 - 17.30


ศึกษานอกสถานที่ ณ "ศึกษาภัณฑ์" สาขาราชดำเนิน

*สัปดาห์นี้ดิฉัน ไม่ได้ไปศึกษาดูงานด้วยค่ะ เนื่องจากไม่สบาย

บันทึกการเรียนรู้ครั้งที่ 6

บันทึกการเรียนรู้ครั้งที่ 6

วันที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2560

กิจกรรมที่ 1  ประดิษฐ์การ์ดในวันวาเลนไทน์เป็นรูปดอกไม้ป๊อบอัพ
                       




อุปกรณ์ 
     1. สีไม้
     2. กระดาษ A4 (ขาวและสี)
     3. กระดาษโปสเตอร์สีสองหน้า
     4. กาว
     5. กรรไกร คัดเตอร์
วิธีทำ 

     1. นำกระดาษ A4 สีใดก็ได้มาพับครึ่ง เพื่อใช้เป็นตัวการ์ด
     2. ส่วนตัวดอกไม้ ให้พับกระดาษกระดาษ A4 ให้ได้สี่ส่วน จากนั้นก็ทำการตัดเป็นสี่ชิ้นเพื่อทำเป็นตัวดอกไม้ ทั้งนี้ผู้ทำจะเลือกทำดอกไม้สีเดียวเหลือหลายสีคละกันก็ได้ เมื่อตัดเสร็จเลือกจากที่ตัดมา 9 แผ่น 
     3. จากที่เลือกมา 9 แผ่น ให้พับกระดาษแต่ละแผ่นที่ทำตัวดอกไม้ตามขั้นตอน ดังนี้
                    
















การประเมินผล
1. ตนเอง : ตั้งใจทำ
2. เพื่อน : ตั้งใจทำ และสนุกสนานกับสิ่งที่ทำ
3. อาจารย์ : สอนเข้าใจง่าย มีวีดีโอประกอบการสอนทำใหเเข้าใจง่ายยิ่งขึ้น


บันทึกการเรียนรู้ครั้งที่ 5

บันทึกการเรียนรู้ครั้งที่ 5

วันที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

กระบวนการใช้สื่อประกอบการเรียนรู้
         การเล่นในขั้นที่เด็กสามารถเข้าไปเล่นรวมกลุ่มกับผู้อื่นได้ โดยเริ่มจากกลุ่มเล็ก ๆ ไปสู่การเล่นกับเพื่อนเป็นกลุ่มใหญ่ และมีพฤติกรรมอย่างง่าย ๆครูสามารถพัฒนาและจัดการเล่นในลักษณะที่สูงขึ้นนี้ได้โดยการให้เด็กเล่นเกมชนิดต่าง ๆ

เกม (Games)         สำหรับเกมในทรรศนะของนักการศึกษาปฐมวัย ได้อธิบายว่า เกม เป็นการเล่นชนิดหนึ่งของเด็ก  ซึ่งเกมจะเป็นเครื่องจูงใจเพื่อนำเด็กไปสู่การเรียนรู้อย่างสนุกสนาน และพึงพอใจ และเกมสำหรับเด็กนั้นไม่มุ่งเน้นในเรื่องของการแข่งขันหรือการหาผู้ที่ชนะ

จุดมุ่งหมายของการเล่นเกม1 ได้รับความเพลิดเพลินสนุกสนาน2 พัฒนานิสัยการเล่นที่ดีและมีน้ำใจเป็นนักกีฬา3 ฝึกท่าทางให้มีสุขภาพและรูปทรงสวยงาม4 เร้าประสาทรับรู้ให้ตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา5 สร้างความเชื่อมั่นและการบังคับตนเอง6 ฝึกความร่วมมือในฐานะเป็นสมาชิกของกลุ่ม

เกมการเล่น1. เกมช่วยส่งเสริมพัฒนาการทางกาย2. เกมช่วยพัฒนาทักษะกลไกในการเคลื่อนไหว3. เกมช่วยสนับสนุนให้เด็กมีวุฒิภาวะทางอารมณ์4. เกมช่วยในการปรับตัวทางสังคม5. เกมช่วยพัฒนาด้านการรับรู้ การคิด การแก้ปัญหาและการตัดสินใจ

แนวคิดการจัดเกม1.เกณฑ์การเลือกเกม              - ต้องพิจารณาว่าเกมนั้น ๆ จะส่งเสริมพัฒนาการเด็กในด้านใด              - เกมที่นำมาให้เด็กเล่นนั้นจะต้องช่วยส่งเสริมให้เด็กได้มีการเคลื่อนไหว              - เกมที่ดีจะต้องเป็นเกมที่เด็กสนใจ              - เกมที่ให้แด็กเล่นจะเป็นพื้นฐานสำหรับการฝึกทักษะ              - ช่วยเด็กให้เกิดมีทักษะด้านต่าง ๆ เช่นทักษะ การเคลื่อนไหว ทักษะการสังเกตทักษะการเรียบเทียบ              - เกมที่เล่นนั้นควรจะเป็นเกมที่เด็กสามารถนำไปเล่นซ้ำๆ              -  เกมที่ดีต้องเป็นเกมที่ช่วยส่งเสริมหรือพัฒนาคุณธรรม จริยธรรม2. การวางแผนการเล่นเกม3. วิธีดำเนินการให้เด็กเล่นเกม4. การสอนเกมลักษณะต่างๆ         - เกมวงกลม         - เกมกลุ่มเด็กเล็ก         - การเล่นเป็นทีม

เกมการศึกษา         หมายถึง สื่อการเรียน ที่จัดขึ้นเพื่อให้เด็กได้เกิดการเรียนรู้และพัฒนาทักษะต่าง ๆ จากการเล่นโดยมีกฎเกณฑ์หรือกติกา จะเป็นพื้นฐานการเตรียมความพร้อมโดยเป็นการเล่นที่ไม่มุ่งเน้นเฉพาะเกมบัตรภาพ แต่เป็นเกมหลายรูปแบบที่จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมพัฒนาการด้านสติปัญญาได้แก่ ด้านภาษา คณิตศาสตร์ เหตุผล มิติสัมพันธ์ ประสาทสัมผัสการับรู้และการจำ ตอลดจนความคิดสร้างสรรค์และจินตนาการวัตถุประสงค์ของเกมการศึกษาสำนักงานคณะกรรมการศึกษาเอกชน (2537, หน้า 129)     1 เพื่อฝึกให้เด็กรู้จักการสังเกตและการจำแนกด้วยสายตา     2 เพื่อฝึกการคิดหาเหตุผล     3 เพื่อฝึกการตัดสินใจในการแก้ปัญหา     4 เพื่อฝึกประสาทสัมพันธ์ระหว่างมือกับตา     5 เพื่อฝึกให้มีคุณธรรมต่าง ๆ     6 เพื่อทบทวนเนื้อหาที่เรียนไปแล้ว

ประเภทของเกมการศึกษา
                                                           1) เกมการจับคู่



2) เกมการจัดหมวดหมู่



3) เกมภาพตัดต่อ



4)เกมพื้นฐานทางคณิตศาสตร์



หลักการใช้เกมการศึกษา
   การใช้เกมการศึกษาควรลำดับเกมตามความสามารถ เริ่มจากสิ่งที่ไม่ละเอียดนักเพราะเด็กจะสังเกตสิ่งที่ใหญ่ก่อน เมื่อเด็กมีความสังเกตจดจำมากแล้ว จึงจะให้เด็กได้สังเกตส่วนย่อย ๆ หรือส่วนละเอียดมากขึ้นตามลำดับ


การประเมิน
     ตัวเอง : ตั้งใจเรียน ฟังอาจารย์สอนเข้าใจ
     เพื่อน : ตั้งใจเรียนทุดคน
     อาจารย์: อาจารย์สอนเข้าใจง่าย อาจารยยิ้มแย้มแจ่มใส



วันพฤหัสบดีที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2560

บันทึกการเรียนรู้ครั้งที่ 2

บันทึกการเรียนรู้ครั้งที่ 2

วันศุกร์ ที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2560

  
เนื้อหาที่เรียน

บทที่ 


ธรรมชาติการเรียนรู้ของเด็กปฐมวัย
ธรรมชาติและการเรียนรู้ของเด็กปฐมวัย 
            วัยเด็กตอนต้นหรือช่วงปฐมวัยเป็นช่วงวัยที่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ในการอบรมเลี้ยงดูควรให้ความสนใจและให้ความสำคัญ เพราะเป็นช่วงวัยที่มีความสำคัญที่สุด ต่อการวางรากฐานของชีวิตมนุษย์ เป็นวัยแห่งการก่อเกิดพื้นฐานด้านบุคลิกภาพ ลักษณะนิสัย ความสามารถทางสติปัญญา และความสามารถด้านต่าง ๆ การเข้าใจธรรมชาติและการเรียนรู้

                                                    ธรรมชาติของเด็กปฐมวัย
                                      - ลักษณะของการยึดตนเองเป็นศูนย์กลาง
                                      - มีความสามารถในขอบเขตจำกัดและแตกต่างกัน
                                      - ต้องการการเอาใจใส่ดูแลทั้งด้านร่างกายและจิตใจ
                                      - เป็นวัยที่ชอบอิสระ
                                      - ชอบแสดงออกและต้องการการยอมรับ
                                      - ชอบเล่น
                                      - มีช่วงความสนใจสั้น

    การเรียนรู้ของเด็กปฐมวัย
    ลักษณะการเรียนรู้ของเด็กปฐมวัย
     1. การเรียนรู้จากประสบการณ์ตรง เป็นการเรียนรู้ที่เด็กได้พบหรือสัมผัสกับประสบการณ์ จากสภาพแวดล้อมโดยการกระทำ การรับรู้ การพบเห็นด้วยตนเอง
       2. การเรียนรู้จากประสบการณ์ทางอ้อม เป็นการเรียนรู้จากการบอกเล่าของบุคคลต่าง ๆ คนใกล้ชิด


                                                ธรรมชาติของการเรียนรู้
                                      การเรียนรู้เป็นกระบวนการซึ่งมีขึ้นตอน ดังนี้
                         1. มีสิ่งเร้ามาเร้าผู้เรียน
                         2. ผู้เรียนรับรู้สิ่งเร้า
                         3. ผู้เรียนแปลความหมายของสิ่งเร้าที่รับรู้
                         4. ผู้เรียนมีปฏิกิริยาตอบสนองต่อสิ่งเร้าตามที่รับรู้และแปลความหมาย
                         5. ผู้เรียนสังเกตผลที่เกิดขึ้น

ธรรมชาติและการเรียนรู้ของเด็กปฐมวัย
        โดยธรรมชาติของเด็กปฐมวัยรูปแบบของพัฒนาการทางร่างกาย อารมณ์ สังคม และสติปัญญา รวมทั้งการปรับตัวให้เข้ากับสิ่งแวดล้อมและเสาะแสวงหาประสบการณ์ จะมีลักษณะที่คล้ายคลึงกันเกือบทุกชาติ ทุกเผ่าพันธุ์ หากแต่สภาพแวดล้อมทั้งทางกายภาพและจิตภาพที่แวดล้อมรอบตัวเด็กนั่นเอง 
ที่ทำให้อัตราการพัฒนาช้า-เร็วแตกต่างกัน
                            การจำแนกลักษณะการเรียนรู้ของเด็ก
                    ลักษณะที่ 1 การเรียนรู้โดยสัญชาตญาณ
                    ลักษณะที่ 2 เป็นการเรียนรู้จากการช่วยเหลือจากพ่อแม่
                    ลักษณะที่ 3 การเรียนรู้จากโปรแกรมการพัฒนาพฤติกรรมอย่างมีระบบ



รูปแบบการเรียนรู้ของเด็กปฐมวัย
     1. การเรียนรู้โดยใช้ความสามารถในการใช้สายตา เป็นการเรียนรู้ที่เด็กสามารถเปรียบเทียบด้วยสายตา ด้วยการมองเห็นความต่างความ
เหมือน สี ขนาด รูปร่าง และเป็นการเรียนรู้ที่เกิดจากการทำงาน
ประสานสัมพันธ์ของสายตาและกล้ามเนื้อมือ

     2. การเรียนรู้โดยการได้ยิน ได้ฟัง จากการได้ยินได้ฟังเสียงจากที่ต่างๆ หรือจากบุคคล เด็กจะสามารถรู้ที่มาของเสียง สามารถแยกความ
เหมือนความต่างของเสียงได้

         3. การเรียนรู้โดยการใช้ส่วนต่างๆ ของร่างกาย ในการเคลื่อนไหวส่วนต่างๆของร่างกาย 


กระบวนการเรียนรู้ของเด็กปฐมวัย
            การเรียนรู้เป็นกระบวนการที่เกิดขึ้นตลอดเวลาในช่วงชีวิตของแต่ละคน และช่วงปฐมวัยเป็นช่วงที่มนุษย์สามารถเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ ได้ดี โดยพัฒนาการการเรียนรู้ของเด็กสามารถพัฒนาได้สูงสุด เป็นโอกาสทองของการเรียนรู้ของมนุษย์ และเป็นช่วงวัยที่สมองกำลังไวต่อสิ่งกระตุ้น (Sensitive)
            เมื่อเด็กอายุมากขึ้นเด็กจะมีพัฒนาการในการเรียนรู้เพิ่มขึ้นด้วย โดยเด็กปฐมวัยที่มีอายุ 3 - 6 ปีจะมีวิธีเรียนรู้ที่ซับซ้อนมากขึ้นกว่ากลุ่มอายุ 2-3 ปี จะสังเกตได้จากการสัมผัสสิ่งต่างๆแล้ว เด็กใช้การคิด การจินตนาการ การค้นคว้าและลงมือปฏิบัติเพื่อค้นหาสิ่งที่ตนอยากเห็นอยากรู้

ทักษะการเรียนรู้ของเด็กปฐมวัย

         ทักษะการเรียนรู้ของเด็กอายุ 2-3 ปี
             - มีปฏิกิริยาโต้ตอบง่าย ๆ ได้
             - ดูหนังสือภาพแล้วเรียกชื่อสิ่งที่ดูหรือเห็นจากภาพได้
             - จับคู่สิ่งของได้ โดยรู้ความสัมพันธ์กัน
             - เริ่มเรียนรู้ขนาดใหญ่-เล็ก
             - จับภาพหน้าตาส่วนต่าง ๆ ของตนได้ 
             - บอกได้ว่ากำลังทำอะไรอยู่
             - เริ่มชอบเลียนแบบการทำงานของผู้ใหญ่
             - มีช่วงความสนใจระยะสั้น ๆ 
             - เริ่มเข้าใจส่วนย่อย ๆ และส่วนรวมของสิ่งที่นำมารวมกัน
                      
       ทักษะการเรียนรู้ของเด็กอายุ 3-4 ปี
             - สามารถจำสี จับคู่สีเหมือนกันได้มากกว่า 3 สี
             - สามารถเข้าใจเปรียบเทียบขนาด ใหญ่ กลาง เล็กได้
             - วาดภาพอย่างมีความหมาย และบอกชื่อภาพได้
             - ชอบซักถามว่า ทำไม . . . .
             - บอกชื่อ-นามสกุลได้ เมื่อได้รับการสอนให้จำ
             - มีความสนใจช่วงระยะสั้น ๆ 
             - มีความเข้าใจเรื่องความคิดรวบยอด/มโนทัศน์ง่าย ๆ
             - เริ่มเข้าใจความหมายของเวลาคร่าว ๆ


        ทักษะการเรียนรู้ของเด็กอายุ 4-5 ปี
             - สามารถพูดตามเป็นคำสัมผัส ท่องคำสัมผัส  สัมผัสเสียงและจังหวะ
             - ชี้บอกชื่อสีได้ตั้งแต่ 4-6 สี
             - จับคู่สิ่งของที่ใช้ด้วยกัน หรือสิ่งของประเภทเดียวกันได้
             - วาดภาพคนโดยมีส่วนต่าง ๆ ของคน ตั้งแต่ 2-6 ส่วน
             - เปรียบเทียบส่วนต่าง ๆของร่างกายได้
             - วาดภาพและบอกชื่อภาพที่วาดได้
             - บอกชื่อสถานที่ที่บ้านตนตั้งอยู่ได้
             - มีช่วงความสนใจยาวขึ้น
             - มีความสนใจในความคิดรวบยอด

       ทักษะการเรียนรู้ของเด็กอายุ 5-6 ปี
             - สามารถเล่าทวนเรื่องที่ได้ยินให้ฟังได้
             - ออกชื่อตัวพยัญชนะ ตัวเลขที่ตนจำได้ อ่านได้
             - นับเลข เข้าใจความหมาย สัญลักษณ์ตัวเลขถึง 10
             - จัดประเภท แยกสิ่งของที่มีคุณลักษณะแตกต่างกันได้
             - รู้จักความหมายของการบอกเวลาได้ชัดเจนถูกต้อง เช่น เมื่อวานนี้ วันนี้ พรุ่งนี้
             - จับอุปกรณ์เครื่องไม้เครื่องมือได้ถนัด
             - มีความสนใจมากขึ้น อดทนเพราะอยากรู้จริง
             - มีความเข้าใจในความคิดรวบยอดดี 


พัฒนาการของเด็กปฐมวัย
             เด็กปฐมวัย เป็นวัยพื้นฐานในการเตรียมความพร้อมที่จะก้าวเข้าสู่การพัฒนาของชีวิต เด็กจะเริ่มพัฒนาลักษณะความเป็นตัวของตัวเอง ให้ความสนใจในสิ่งรอบตัว และชอบตั้งคำถามในเรื่องต่าง ๆ เด็กจะพยายามและต้องการช่วยเหลือตนเอง
 ความหมายของพัฒนาการ
     • วอร์ทแมน และลอฟทัส (Wortrman and Loftus, 1992,) อธิบายว่า พัฒนาการเป็นแบบแผนการเจริญเติบโตและเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมทุกด้านของบุคคลนับตั้งแต่กำเนิดชีวิตจนถึงวัยชรา
     • รักตวรรณ ศิริถาพร (2548) ได้กล่าวว่า พัฒนาการเป็นการเปลี่ยนแปลงที่เชื่อมโยงกันไปในทุก ๆ ด้าน ของมนุษย์ นับตั้งแต่ปฏิสนธิจนกระทั่งตายซึ่งมีทิศทางการเปลี่ยนแปลงที่แน่นอน และสามารถทำนายได้
     • กระบวนการของการเจริญเติบโตที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นระบบระเบียบ ต่อเนื่องตามลำดับขั้นนำไปสู่การพัฒนาทางคุณภาพ พัฒนาการของมนุษย์เป็นการเปลี่ยนแปลงทางด้านการเจริญเติบโต ควบคู่กับการพัฒนาทางคุณภาพ อารมณ์ สติปัญญาและสังคม


ลักษณะของพัฒนาการ
             ลักษณะของพัฒนาการ คือการเข้าใจวิถีชีวิตในวัยเด็กตั้งแต่แรกเกิดถึงอายุ 6 ปี
     - พัฒนาการเป็นกระบวนการที่ต่อเนื่องกัน
     - การพัฒนาจะมีทิศทางของพัฒนาการที่แน่นอน
     - การพัฒนาจะมีทิศทางของพัฒนาการที่แน่นอน
     - พัฒนาการเริ่มจากส่วนบนไปสู่ส่วนล่าง 
     - พัฒนาการเริ่มจากแกนกลางของลำตัว ไปสู่อวัยวะส่วนข้างที่ไกลออกไป 
     - พัฒนาการจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างมีแบบแผนและเป็นขั้นตอนไม่มีการข้ามขั้น
     - อัตราพัฒนาการของเด็กแต่ละคนจะแตกต่างกัน
     - ความก้าวหน้าของพัฒนาการ
     - พัฒนาการจะมีความสัมพันธ์กัน
     - พัฒนาการส่วนต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นของร่างกายมีอัตราในการพัฒนาไม่เท่ากัน
     - พัฒนาการของเด็กแต่ละวัยจะมีลักษณะเฉพาะ
     - พัฒนาการของมนุษย์มีความแตกต่างกัน

ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อพัฒนาการเด็กปฐมวัย
      1. บุคคลภายในครอบครัว     
      2. บุคคลภายนอกครอบครัว 

การจัดกิจกรรมเพื่อการพัฒนาเด็กปฐมวัย
     1. กิจกรรมที่จัดควรคำนึงถึงตัวเด็กเป็นสำคัญ
     2. กิจกรรมที่จัดควรมีทั้งกิจกรรมที่ให้เด็กทำเป็นรายบุคคล กลุ่มย่อยและกลุ่มใหญ่
     3. กิจกรรมที่จัดควรมีความสมดุล
     4. ระยะเวลาในการจัดกิจกรรมควรเหมาะสมกับวัย
     5. กิจกรรมที่จัดควรเน้นให้มีสื่อของจริงให้เด็กได้มีโอกาสสังเกต



ความรู้ที่ได้รับ/การนำไปประยุกค์ใช้
 1รู้และเข้าใจถึงธรรมชาติการเรียนรู้ของเด็กปฐมวัย ลักษณะการเรียนรู้ ปัจจัย พัฒนาการ การจัดกิจกรรมต่างๆ ของเด็กปฐมวัย
   2. ในฐานะที่เราเป็นครูปฐมวัยเราต้องจัดกิจกรรมเพื่อพัฒนาเด็กให้เติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่สมบูรณ์แบบ

การประเมิน
     ประเมินตัวเอง: ตั้งใจฟังที่อาจารย์สอน แต่ช่วงทเายๆมีอาการง่วงนอน
     ประเมินเพื่อน: เพื่อนส่วนใหญ่ตั้งใจฟัง แต่ก็มีคนที่นอนหลับในห้องและเล่นโทรศัพท์เป็นบ้างคนค่ะ
     ประเมินอาจารย์: อาจารย์สอนเข้าใจ แต่เนื้อหาที่เรียนเยอะเกินไปค่ะ